top of page

สวยได้ไม่ทำลายธรรมชาติ

Aug 13, 2021
1 min read


ใครจะไปรู้ว่าทุกวันนี้ เราอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งครีมกันแดด โฟมล้างหน้า แชมพู หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอาง และอีกนับไม่ถ้วน เราไม่รู้เลยว่าอาจทำร้ายโลกโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Eco-Friendly Beauty ซึ่งก็แปลตรงตัวอยู่แล้วคือ สวยแบบไม่ทำลายธรรมชาติ ความงามที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการผลิต หรือการผสมผลิตภัณฑ์ก็จำเป็นที่จะต้องเป็นมิตรกับธรรมชาติ ร่วมไปถึงการเพาะปลูกพืชพันธุ์ที่จะใช้เป็นส่วนผสม ไปจนถึงกรรมวิธีการผลิต วัสดุบรรจุภัณฑ์ วิธีการขนส่งเพื่อนำไปวางขายที่ร้านค้า จวบจนการย่อยสลายของผลิตภัณฑ์หลังการใช้

นอกจากนี้ยังมี Eco-Friendly Beauty อีกหลากหลายรูปแบบ อย่างเช่น


  • Natural Cosmetics คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเพียงบางส่วนของธรรมชาติที่มีการกำหนดมาตรฐานไว้ หรือส่วนผสมทั้งหมดธรรมชาติ

  • Organic Cosmetics คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติซึ่งจะต้องได้รับการควบคุมสิ่งแวดล้อมในกระบวนการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงกระบวนการการผลิตที่ปราศจากสารเคมีโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากและใช้ต้นทุนที่สูงมากในกระบวนการ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมราคาของผลิตภัณฑ์ที่ใช้คำว่า 'ออร์แกนิค' จึงมีราคาที่ค่อนข้างจะสูงมากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั่วไป

อ้างอิงข้อมูลจาก : origanithailand.com

  • Vegan Cosmetics คือไม่มีส่วนผสมที่ได้หรือสกัดมาจากสัตว์ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

  • Cruelty-Free คือสกินแคร์และเมกอัพนั้นๆ ไม่ได้ทำการทดลองกับสัตว์แต่อย่างใดในระหว่างขบวนการผลิต


รู้หรือเปล่า ? ในเครื่องสำอางของเราบางชนิดนั้นยังมีสารเคมีที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและธรรมชาติอีกด้วยนะคะ ในเครื่องสำอางมีสาอันตรายอะไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ


  • พาราเบน (Parabens) : ป็นสารเคมีที่ใช้เป็นสารกันบูดในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเครื่องสำอาง อุปกรณ์อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย แชมพูสระผม ครีมนวดผม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ อีกมากมาย แต่พอเราทิ้งไปแล้วหากไม่สลายตัว มักจะไปรวมกับน้ำ กลายเป็นสารพิษตกค้าง ถ่ายทอดไปสะสมในสัตว์

  • ไมโครพลาสติก (Microplastic) : พลาสติกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร มักเกิดจากการย่อยสลายหรือแตกหักของขยะพลาสติกขนาดใหญ่ หรือเกิดจากพลาสติกที่มีการสร้างให้มีขนาดเล็ก ไมโครพลาสติกดูดซับสารพิษได้ดีมากและใช้เวลานานในการย่อยสลาย ทำให้เป็นแหล่งสะสมสารพิษชั้นดี

  • UV-filters : มักพบในกันแดด หรือช่วยให้สีและกลิ่นของเครื่องสำอางคงตัว เมื่อเราอาบน้ำ ว่ายน้ำ ถ้าทาครีมที่มี UV-fliters สารตัวนี้จะละลายลงไป เป็นผลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่บริโภคน้ำปนเปื้อนสารเข้าไป

  • ไตรโคลซาน (Triclosan/TCS) : เป็นสารกันเสียชนิดหนึ่ง พบมากในสบู่ แชมพู น้ำยาซักผ้า ยาสีฟัน ครีมกันแดด ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย เป็นพิษต่อสาหร่ายทะเล, ทำลายระบบฮอร์โมนของปลา, ทำลายตัวอ่อนของปลา

  • Oxybenzone เป็นอีกหนึ่งสารที่มักพบในกันแดดเป็นส่วนใหญ่ เป็นสารที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดพิษต่อระบบนิเวศน์ต่าง ๆ รวมทั้งประการังใต้ท้องทะเลด้วย

สารเคมีจากเครื่องสำอางที่เราใช้ไม่หมดนั้น ส่วนมากมักไม่สามารถย่อยสลายเองได้หรือถูกกำจัดโดยระบบทำลายน้ำเสีย หากทิ้งไปก็อาจจะไหลรวมไปอยู่ในดิน ในน้ำ สะสมกันเป็นสารพิษที่เป็นมลภาวะและทำร้ายสัตว์ในทะเลหรือ บนบก นอกจากนี้ยังมีผลต่อตัวอ่อนและการสืบพันธุ์สัตว์ รวมถึงคนด้วยนะคะ


ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุถึง “ ขยะในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งประเทศไทย ” พบว่า มีทั้งหมดประมาณ 2.83 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติกจำนวน 339,600 ตัน หนึ่งในนั้นคือ “ไมโครพลาสติก” เพราะมีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรเข้าร่วมทำลายท้องทะเลอีกด้วย

โดยไมโครพลาสติกนั้นเกิดขึ้นจากสองแหล่งหลักๆ ด้วยกัน คือ


  1. ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม และในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น ยาสีฟัน สครับหน้า ยากันแดด โฟม อาบน้ำ และ ผงซักฟอก เป็นต้น

  2. เกิดมาจากการย่อยสลายหรือแตกตัวของพลาสติกขนาดใหญ่พลาสติกที่มีขนาดใหญ่เมื่อไหลลงสู่แม่น้ำและทะเลแล้ว จะเกิดการสลายตัวหรือการแตกเป็นชิ้นเล็กเกิดขึ้นเมื่อได้รับอิทธิพลจากแสงอุลตราไวโอเล็ต และอุณหภูมิที่สูงจากดวงอาทิตย์ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับออกซิเจนทำให้เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของพลาสติก และเกิดการแตกตัวเกิดขึ้น


อ้างอิงภาพและข้อมูลจาก : bangkokbiznews.com


แต่ว่าทุกคนสงสัยกันมั้ยค่ะ ว่าเราจะช่วยธรรมชาติยังไง ตราบใดที่เรายังใช้เครื่องสำอาง 1. ส่วนผสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในภายหลัง เช่น ไมโครบีดส์จากสครับขัดผิวที่มักจะหลงเหลืออยู่ในน้ำหลังการใช้ 2. ภาชนะ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีภาชนะสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ หรือภาชนะที่ทำจากขยะรีไซเคิล 3. การใช้งาน คือการใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่าก่อนทิ้ง หรือสิ่งไหนสามารถส่งต่อได้ สิ่งไหนแปรรูปหรือเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้ เราควรใช้ของทุกชิ้นให้คุ้มค่ามากที่สุด หรือให้คุ้มค่าพอกับทรัพยากรที่เสียไปในการผลิต 4. ใช้ทุกอย่างให้คุ้มก่อนทิ้ง หากเครื่องสำอางที่เราใช้นั้นไม่ต้องการแล้วหรือใช้ยังไม่หมดสิ่งไหนบริจาคได้หรือมีคนอื่นที่ต้องการ เราก็บริจาค สิ่งไหนแปรรูปหรือเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้ เราควรใช้ของทุกชิ้นอย่างคุ้มค่าที่สุด หรืออย่างน้อยก็ให้คุ้มค่าพอกับทรัพยากรที่เสียไปในการผลิตขึ้นมา และการส่งมอบให้กับมูลนิธิ, จิตอาสา หรือองค์กรที่ต้องการก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้การใช้ได้อย่างคุ้มค่า อย่างเช่น ส่งต่อเครื่องสำอางให้กับโรงพยาบาล


เป็นยังไงกันบ้างค่ะ พอจะเริ่มเห็นทางในการสวยแบบไม่ทำร้ายโลกกันแล้วใช่มั้ยคะ หากสำหรับสาว ๆ ที่ชอบในแพ็กเกจของผลิตภัณฑ์ อาจจะไม่ถูกใจสิ่งนี้เท่าไหร่นะคะ และหากใครอยาก สวยรักษ์โลก ให้ครบสูตร ใช้เครื่องสำอางหมดแล้วก็ลองดูว่ามีชิ้นไหนที่เอาแพ็คเกจไปคืนทางแบรนด์ได้บ้าง เพราะหลายที่มีโครงการรีไซเคิลแพ็คเกจด้วยค่ะ


 
 
 

1 Comment


laurasanms311989
Aug 11

Mình chơi xổ số kiểu cho vui là chính, coi kết quả như một thói quen giải trí chứ không đặt nặng chuyện phải trúng to. Trước đây nghe người ta bàn về “cầu” với “dàn” mình cũng nghi ngờ lắm, nhưng theo dõi một thời gian thì thấy đôi khi có vài dạng số lặp lại khiến mình chú ý. Lúc đọc mấy bài soi, mình thường ghi lại vài ý ngắn rồi chờ kết quả để đối chiếu, coi thử mình có đang tự thuyết phục bản thân không. Có hôm trúng chút thì vui, nhưng cũng nhiều bữa lệch hết nên mình luôn nhắc là đừng tin quá đà, giữ tiền và tâm lý ổn là quan…

Like
Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square
bottom of page