Intermittent Fasting คืออะไร ?


ช่วงนี้มีใครลดน้ำหนักแบบ IF หรือ Intermittent Fasting บ้างรึเปล่าค่ะ หากใครที่ยังไม่รู้จักการลดน้ำหนักแบบ IF บอกได้เลยค่ะว่ามันคือ การกินแบบจำกัดช่วงเวลา ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีลดน้ำหนักที่คนทั่วโลกนั้นนิยมใช้กันมากว่า 10 ปี และช่วงเวลาเราจะแบ่งเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ

  • ช่วงอด (Fasting)

  • ช่วงกิน (Feeding)


สงสัยกันมั้ยค่ะว่า ทำไมทำ Intermittent Fasting หรือ IF แล้วผอมลง ? บอกก่อนเลยว่า IF จะช่วยการเผาผลาญไขมันให้กับร่างกาย ดังนั้นน้ำหนักจากการสะสมของไขมันจึงลดตามไปด้วย เมื่อเราอยู่ในช่วงอดอาหาร ระดับอินซูลินจะลดลง ซึ่งมีหน้าที่คือ นำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อสร้างเป็นพลังงาน การอดระยะสั้นสลับกันไปนี้จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้ 3.6-14% เลยทีเดียว แถมยังช่วยลดไขมันสะสมรอบเอว โดยไม่ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงเหมือนการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักนั่นเองค่ะ

ทำ IF แล้วดียังไง ?

การทำ IF ยังมีประโยชน์อีกมากมาย นอกจากจะช่วยเรื่องลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยลดไขมันในเลือดได้โดยตรง อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบของร่างกาย ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน ความอ้วน และโรคมะเร็ง ช่วยยกระดับระบบความจำและสมอง รวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้สุขภาพดีและอายุขัยยาวนานขึ้นนั่นเองค่ะ



การลดน้ำหนักแบบ IF หรือการลดน้ำหนักแบบ Intermitent Fasting คือ วิธีลดน้ำหนักที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ เป็นการลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารเป็นช่วงเวลา (Feeding) และปล่อยให้ร่างกายหยุดรับอาหารเป็นช่วงเวลา (Fasting) แต่ทั้งนี้หลังการลดน้ำหนักแบบ ก็มีเงื่อนไขที่สำคัญอยู่ 3 ข้อ ได้แก่

  1. ต้องงดอาหาร 1 มื้อในแต่ละวัน

  2. หลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อดึก

  3. กินอาหารตามปกติในช่วงเวลา Feeding 8 ชั่วโมง



การลดน้ำหนัก Intermitent Fasting 6 วิธี


แบบที่ 1 วิธีลดน้ำหนักแบบ Fast 5

เป็นการอดที่ค่อนข้างหักดิบ เพราะเป็นการทานอาหารเพียงแค่ 5 ชั่วโมง และอดอาหาร 19 ชั่วโมง



แบบที่ 2 วิธีลดน้ำหนักแบบ Lean gains

การบดน้ำหนักแบบนี้คือการกินในข่วงเวลา 8 ชั่วโมง และอดอาหารในช่วง 16 ชั่วโมง เป็นสูตรสำหรับคนที่กำลังเริ่มต้น


แบบที่ 3 Eat stop Eat

คือต้องอดอาหาร 24 ชั่วโมง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนวันไหนที่ไม่อดนั้นก็กินได้ตามปกติ แต่ก็ต้องกินพอเหมาะ ไม่มากแต่ไม่น้อยจนเกินไป แต่วิธีนี้ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มต้นลดน้ำหนัก เพราะจะทำให้รู้สึกอยากอาหารมากในต่อไป และส่งผลต่ออารมด้วย


แบบที่ 4 5:2

การลดน้ำหนักแบบ 5:2 คือการกินอาหารตามปกติ 5 วัน และกินอาหารแบบ Fasting 2 วัน วิธีนี้จะไม่ใช่การอดอาหารทั้งวัน แต่จะเป็นการลดปริมาณอาหารให้น้อยลง แทน เช่น ผู้ชายสามารถกินได้ 600 แคลอรี่ส่วนผู้หญิงกินได้ 500 แคลอรี่ หรือประมาณ1/4 ของแคลอรี่ที่ได้รับต่อวัน



แบบที่ 5 The Warrior Diet

เป็นการอดอาหารในช่วงกลางวันดื่มได้แค่น้ำเปล่า และมารับประทานอาหารหนักในมื้อค่ำเพียงมื้อเดียวเท่านั้น



แบบที่ 6 Fasting ADF

เป็นอดอาหารแบบวันเว้นวัน ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีค่อนข้างหักโหมเพราะต้องอด อาหาร 1 วัน กินอาหาร 1 วัน แล้วกลับมาอดอีก 1 วัน แต่ทั้งนี้ก็เหมือนกับ IF สูตร 5:2 เพราะในวันที่ Fast เราสามารถกินอาหารแคลอรีต่ำได้ แต่ต้องกินให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้




ใครบ้างที่ไม่ควรทำ IF

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราก็อยากขอเตือนสักหน่อยค่ะว่า การทำ IF นี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะคะ โดยคนที่ไม่ควรทำ ได้แก่

  • ผู้ที่ขาดสารอาหาร

  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร


สำหรับสาว ๆ คนไหนที่เพิ่งจะเริ่มลดน้ำหนังก็อย่าหักโหมกันนะคะ และก็อย่าลืมออกกำลังกายเพื่อกระชับกล้ามเนื้อและกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อที่การลดน้ำหนักของเรานั้นจะได้สมบูรณ์มากที่สุด และสุดท้ายเราขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังลดน้ำหนัก ให้ได้ตามได้ตามเป้าหมายกันทุกคนนะคะ

Featured Posts