“Engagement” คืออะไร ?


ปัจจุบันพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์เริ่มมีมากขึ้น เชื่อว่าคงจะเคยได้ยินกับคำว่า Engagement อย่างแน่นอนซึ่งเป็นคำที่นักธุรกิจออนไลน์หลายคนที่ต้องรู้ แต่ว่า.......Engagement มีประโยชน์ต่อธุรกิจออนไลน์เราจริงหรือ บางท่านมักจะมีคำถามขึ้นมาว่า " แค่ขายของก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องใส่ใจ ยังไงลูกค้าก็ซื้อแค่ของอยู่ดี " วันนี้เราจะพามาทำความเข้าใจ และทำความรู้จักกับ Engagement กันค่ะ


ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักคำว่า " Engagement " ก่อนค่ะเพราะหลายท่านจะสงสัยว่า เมื่อเอาไปแปลไทยแล้วจะได้คำว่า การว่าจ้าง จริง ๆ แล้วอ่านไม่ผิดหลอกค่ะเพราะว่ามันมีความหมายอย่างนั้นจริง ๆ หรืออีกความหมายคือ หมั้นหมาย การผูกมัด เริ่มสงสัยกันแล้วใช่มั้ยค่ะว่าจะเกี่ยวกับพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ยังไง เพราะในทาง การตลาดออนไลน์ นั้นหมายถึง " ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค " ในช่องทาง Social Media ต่าง ๆ นั่นเองค่ะ

แล้วการที่จะเกิด Engagement ได้นั้นต้องทำอย่างไร ? คือการกระทำใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นบนเพจไม่ว่าจะเป็นการกดปุ่มแสดงอารมณ์ การแสดงความคิดเห็น การแชร์คอนเทนต์ หรือแม้แต่การคลิกด ๆ ก็ตามบน Social Media ช่องทางของเรา ก่อนอื่นการที่จะทำให้เกิดการกดไลค์ กดแชร์ได้นั้นเราต้องมี คอนเทนต์ที่ให้แปลกใหม่ น่าสนใจ...........มาถึงตอนนี้แล้วหลายท่านคงจะคิดว่า คอนเทนต์ทำง่าย ๆ โพสเพื่อให้รู้ว่าเรามีคอนเทนต์ มาถึงขั้นตอนนี้อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยค่ะ ตัวอย่างเช่น เราได้ไอเดียการทำคอนเทนต์มาจากเพจที่เราติดตาม แล้วเรานั้นมีการนำมาปรับปรุงคอนเทนต์ที่มีความคล้ายกัน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่ว่า ทำไมเพจที่คอนเทนต์เหมือนเรามีการกดไลค์กดแชร์เยอะจังทั้ง ๆ ที่คอนเทนต์เหมือนกัน นั่นเป็นเพราะว่าปัจจุบันอย่าง Facebook นั้นมีการตรวจจับว่าโพสไหน มีภาพหรือคอนเทนต์เหมือนกันบ้างซึ่งหากเรามีการทำคอนเทนต์ที่ช้ากว่าคนอื่นทาง Facebook จะเปรียบกับคอนเทนต์ของเราเป็นโพสขยะทันที ทำให้โพสของเรานั้นถูกปิดกั้นให้มีคนเห็นน้อยลงและนั้นก็จพทำให้ไม่เกิด Engagement นั่นเองค่ะ


ดังนั้นทุกครั้งที่เราสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาจึงต้องมีคุณภาพ แต่ก็มีความแปลกใหม่และน่าดึงดูดในหนึ่งโพส


1. การสังเกต การฟัง

Engagement อย่างที่บอกคือ ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคหรือลูกค้า ดังนั้นหากจำเป็นที่จะโพกัสเรื่อง Engagement ต้องสังเกตและฟัง เรียนรู้พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายอยู่ตลอดว่า พวกเขาคิดเห็นอย่างไรเพื่อจะนำมาปรับใช้ เรียนรู้พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย



2. สร้างคุณภาพ โพสต์เนื้อหาที่ตรงใจผู้อ่าน

Engagement จริงอยู่ที่ว่าสามารถใช้เงินในการซื้อโฆษณา หรือว่าสามารถโปรโมทได้ แต่อยู่ที่ว่า " ผลลัพธ์ " ที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างที่หวังไว้จริงหรือ จะยั่งยืนและเป็นประโยชน์กับแบรนด์อย่างที่เราคิดเรื่อง Engagement กันจริง ๆ หรือเปล่า ? เพราะหากว่าคุณเสียเงินไปกับการโปรโมท หรือโฆษณาผลลัพธ์ที่ออกมานั้นอาจไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง เพราะเมื่อตัวเลขผู้ติดตาม หรือผู้เข้าชมเพจคุณมากขึ้น แต่ไม่ได้ส่งผลกับสินค้าของคุณก็เท่ากับว่า เพจของคุณเป็นเพียงแค่ “ ทางผ่าน” เท่านั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจเรื่องของคุณภาพการทำคอนเทนต์ที่ดี และน่าสนเพื่อให้เกิด Engagement อย่างเช่น หากคุณเปิดร้านกาแฟ และอยากจะโปรโมทร้านกาแฟ แทนที่คุณจะพูดถึงแต่เรื่องกาแฟของร้านคุณเองว่าดีแค่ไหนซ้ำ ๆ ลองหันมามองความต้องการของลูกค้าว่าดื่มกาแฟไปทำไม แล้วสื่อสารให้ลูกค้ารับรู้ว่าเราเข้าใจปัญหาของพวกเขา



ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิด Engagement ไม่ใช่แค่การเเชร์ กดไลด์ หรือคอมเม้นต์ แต่คือทำอย่างไรให้กลุ่มเป้าหมายของเราให้มีส่วนร่วมมากที่สุด และการเข้าใจความต้องการของลูกค้า แล้วสร้างคอนเทนต์คุณภาพที่จะสื่อสารกับลูกค้าได้ จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ของคุณในระยะยาวได้เป็นอย่างดี


















Featured Posts
Recent Posts